เช็กเลยกระเป๋าเดินทางสำหรับเด็ก จำเป็นต้องแยกกับของพ่อแม่หรือไม่

เชื่อหรือไม่ว่า การเดินทางท่องเที่ยวสามารถมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับผู้เดินทางได้ นั่นรวมถึงการเดินทางเป็นครอบครัว ที่ทุกคนเฝ้ารอจัดกระเป๋าเดินทางด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ออกไปเที่ยว โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ที่มักจะตื่นเต้นกว่าทุกคนในบ้าน แต่รู้หรือไม่ว่า ทริปที่มีเด็ก ๆ เดินทางด้วย หากเตรียมตัวไม่ดี เกิดความวุ่นวายขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะการจัดกระเป๋าที่ต้องตั้งโจทย์กันไว้ก่อนว่า จะใช้กระเป๋าแบบใบเดียว หรือแยกกระเป๋ากับผู้ปกครองไปเลยเพื่อความสะดวก

อายุเท่าไรถึงเรียกว่า “เด็ก” ควรแยกกระเป๋าเดินทางขนาดเท่าไร

ก่อนที่จะตัดสินใจว่า ควรจะแยกกระเป๋าเดินทางสำหรับเด็กดีไหม เรามาดูก่อนว่า คำว่า “เด็ก” นั้น หมายถึงอายุเท่าไร ถ้าเข้าใจง่าย ๆ หลายคนก็อาจจะนับว่า หากอายุต่ำกว่า 15 ปี จะถือว่าเป็นเด็กทั้งหมด แต่สำหรับการใช้กระเป๋าเดินทางนั้น จะเจาะลึกลงไปกว่า นั่นคือ ช่วยอายุระหว่าง 1-5 ขวบ ที่ถือว่าเป็นนักเดินทางรุ่นเยาว์ ที่อาจจะเดินยังไม่คล่อง ไปจนถึงวัยอนุบาล ที่อาจจะมีสัมภาระที่เป็นรูปแบบเฉพาะกันไปเลย ซึ่งมีผู้ปกครองหลายท่าน เลือกที่จะแยกกระเป๋าให้เด็กวัยนี้ได้ลากเอง ซึ่งมักจะเป็นขนาด 14-18 นิ้ว นั่นเอง

กระเป๋าเดินทางสำหรับเด็ก ควรจัดสิ่งของอะไรลงไปบ้าง

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะแยกกระเป๋าเดินทางให้เด็ก ๆ ได้ดูแลเอง ทีนี้ก็มาถึงสิ่งสำคัญ นั่นคือ “สิ่งของ” ที่จะจัดใส่กระเป๋า ว่าควรใส่อะไรลงไปบ้าง ลองมาเช็กลิสต์ตามนี้ แล้วอย่าลืมเรียกเด็ก ๆ มาช่วยกันจัดสิ่งของต่าง ๆ ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ

1.อาหาร ขนม ขวดน้ำ ขวดนม ปัจจัยพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็ก ๆ ทุกคน คือ อาหารและน้ำดื่ม ซึ่งอาจจะเลือกใส่ขนมยี่ห้อโปรด อาหารแห้งทานง่าย ๆ ขวดน้ำ ขวดนม สำหรับให้เด็ก ๆ ได้ทานระหว่างเดินทาง

2.แพมเพิสสำหรับใช้เดินทาง 1 วัน ในกรณีที่ลูกของคุณยังต้องใส่แพมเพิส ให้ลองคำนวณปริมาณการใช้ให้เพียงพอระหว่างเดินทาง ทั้งนี้เตรียมให้พอระหว่างวันนั้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว

3.ยารักษาโรคเด็ก แป้งหรือสเปรย์กันยุง ยาหม่องขี้ผึ้ง เพราะเด็กเล็ก ๆ ภูมิคุ้มกันยังไม่เยอะเท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็กติดไปด้วย เช่น ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาหรือครีมกันสัตว์และแมลงกัดต่อย เป็นต้น

4.อุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดสำหรับเด็ก เด็กบางคนอาจจะผิวบอบบางและแพ้ง่าย ซึ่งทำให้ต้องใช้สบู่หรือยาสระผมสูตรเฉพาะ ดังนั้นให้เตรียมใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย

5.เสื้อผ้าสำรอง เสื้อผ้าสำรองนี้ให้เตรียมไว้เพียง 1 ชุด เผื่อกรณีที่เด็กทำเสื้อผ้าเลอะระหว่างเดินทาง

6.เสื้อกันฝน หมวกกันแดด เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย และคาดเดาไม่ได้ การเตรียมพร้อมไว้ทั้งอุปกรณ์กันฝนและกันแดด ย่อมดีกว่า ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้ไม่ได้ใช้พื้นที่กระเป๋ามากเกินไป

7.ของเล่นชิ้นโปรด เด็ก ๆ มักจะมีของเล่นชิ้นโปรดติดตัวอยู่เสมอ และบางคนอาจจะไม่สามารถนอนหรืออยู่นิ่ง ๆ ได้หากขาดของเล่นเหล่านี้ไป ให้คุณเตรียมของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ติดกระเป๋าไปด้วย

8.เบอร์โทรฉุกเฉิน สิ่งสุดท้าย แต่สำคัญมาก เบอร์โทรฉุกเฉินของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องใส่ไว้ทั้งในกระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าเสื้อผ้าที่เด็ก ๆ สวมใส่ระหว่างเดินทาง เกิดเหตุพลัดหลงจะได้ติดต่อหากันได้ง่าย ๆ และควรบอกเด็ก ๆ ให้ทราบด้วยว่าคุณเก็บไว้ตรงไหน

สิ่งที่ควรระวังเพิ่มเติมคือ แม้ว่าคุณจะแยกกระเป๋าเดินทางให้กับเด็ก ๆ ได้ลากเอง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ไม่ควรให้เด็ก ๆ และกระเป๋าคลาดสายตาคุณ เพราะเราไม่รู้เลยว่าเขาจะปล่อย หรือลืมกระเป๋าเดินทางไว้ตรงไหน รวมถึงยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่เหมาะสม ต้องไม่หนักเกินไป จะทำให้เด็ก ๆ ลากได้โดยไม่งอแง และหากเดินทางด้วยเครื่องบิน ก็ยังคงต้องยึดข้อปฏิบัติตามกฎของสายการบินเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ด้วย

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest